ตับอักเสบบีเป็นการติดเชื้อโดยเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่พบในตับ: เรียกว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ง่าย และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีทำให้กลายเป็นการติดเชื้อชนิดเรื้อรังได้
มีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังทั่วโลก 240 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชียและกลุ่มประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา การติดเชื้อเรื้อรังหมายถึงเชื้อไวรัสยังคงแบ่งตัวต่อเนื่องในตับเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์ตับตาย (hepatocytes) มีการอักเสบ และเกิดพังผืดในตับ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถนำไปสู่การเกิดภาวะตับแข็งและ/หรือมะเร็งตับได้ด้วย (hepatocarcinoma)
ในทารกมักไม่ค่อยพบการติดเชื้อแบบเฉียบพลันหลังจากสัมผัสเชื้อเนื่องจากไม่มีอาการแสดงแต่มักจะนำไปสู่ภาวะการติดเชื้อเรื้อรัง สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังจากสัมผัสเชื้อซึ่งอาจมีอาการแสดงได้ (มีไข้, ตัว-ตาเหลือง, อ่อนเพลีย) และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญ หากเกิดการติดเชื้อ ร้อยละ 95 จะหายได้เอง แต่มีอีกร้อยละ 5 ที่กลายเป็นการติดเชื้อชนิดเรื้อรัง
ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร?
ตับอักเสบซีคือโรคเกี่ยวกับตับที่เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสคือเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (HCV)
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแบบเฉียบพลันเป็นภาวะเจ็บป่วยระยะสั้นที่เกิดขึ้นประมาณ 6 เดือนหลังจากที่ผู้นั้นสัมผัสเชื้อไวรัสตับอักเสบซีครั้งแรก โดยปกติการติดเชื้อแบบเฉียบพลันจะไม่กลายเป็นการติดเชื้อแบบเรื้อรังเสมอไป
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีชนิดเรื้อรังเป็นภาวะเจ็บป่วยระยะยาวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยังคงมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายของผู้นั้น ภาวะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสามารถคงอยู่ได้ตลอดชีวิตและนำไปสู่สภาวะที่เป็นอันตรายต่อตับรวมถึงภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับ
เอช ไอ วีย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus คำว่า “ภูมิคุ้มกันบกพร่อง” หมายความว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆและทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายของคนเราสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดทำให้ผู้ที่ติดเชื้อเอช ไอ วีจะไม่สามารถต้านการติดเชื้อต่างๆได้ เช่น วัณโรคหรือมะเร็ง: เราเรียกภาวะนี้เรียกว่า ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์
เมื่อผู้นั้นติดเชื้อเอช ไอ วีแล้วจะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้แต่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสได้โดยการรับการรักษา ปัจจุบันนี้ได้มีการรักษาเพื่อยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสและผู้ที่ได้รับการรักษาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เหมือนคนปกติทั่วไป
